6 Comments

  1. Sachin October 4, 2016 (8:07 am) Reply

    All the best team !

  2. MadMike October 4, 2016 (12:48 pm) Reply

    Best way to deal with Marxists, young or old.

  3. Mel Nunes October 4, 2016 (4:23 pm) Reply

    Here is the line beyond which lies hell.
    The smiles and grins we see upon the faces of young and old alike are the identical to those one finds on the faces of German soldiers photographed as columns of Jews shuffle past, bound for the gas chambers.
    It’s the smile of a rapist.
    Of a man whipping a young dog, a young horse.
    A murderer licking his knife.
    A face you have seen a thousand times before, and will see again, and again, and …

    Never forget it lest you wear it yourself someday.

  4. samart October 7, 2016 (10:11 am) Reply

    ฺBetter late than never.A good project.

  5. Kamo October 10, 2016 (8:20 am) Reply

    ผมอายุ 12 ในปีนั้น ไม่ได้อยู่ในภาพนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอยู่ในวังวนของกระแสข่าวที่ถูกตั้งใจบิดเบือนและสร้างความโกรธแค้นผิดๆขึ้นมาในช่วงนั้น ผมไม่ได้ติดตามข่าวกรณีช่างไฟฟ้าถูกแขวนคอที่นครปฐม แต่มาเห็นภาพข่าวใน นสพ.ฉบับหนึ่งเกี่ยวกับการแสดงเชิงสัญญลักษณ์ของนักศึกษาธรรมศาสตร์ ที่ดูคล้าย….กำลังถูกแขวนคอ
    ความรู้สึกในตอนนั้น…นักศึกษากำลังจะล้มล้างการปกครอง…ผมเหมือนประชาชนทั่วๆไปที่รักเทิดทูนสถาบัน…โกรธ..โมโห..คิดไปตามคำพูดที่ใช้ล้างสมองกันในตอนนั้นว่า ผู้ชุมนุมเหล่านั้น…ไม่ใช่คนไทย..เป็นชาวต่างชาติ…เป็นคอมมิวนิสต์
    ทุกคนที่อยู่ในภาพ…ป่านนี้คงทราบความจริงและคงมีความทุกข์มหันต์เกาะกินหัวใจอยู่…
    แต่คนอย่างผม..ที่เหลือ…เราได้อะไรจากบทเรียนนี้บ้าง?…
    สำหรับคนรุ่นใหม่…ผมอยากให้เสพสื่ออย่างมีสติ…และอย่าตัดสินผู้คนจากการแค่ได้เห็น ได้ยิน หรือได้อ่านมา…และอย่าแชร์อะไรสเปะสปะ…เถอะนะครับ

  6. Chatnakorn K. November 12, 2016 (1:26 am) Reply

    I was 18 that year. I was sure I’d seen the other incident, four people burned together on a footpath not far away from this tree (I wonder why no one talked about it or even showed photos of it). But I’m not sure I have seen this one (man hung on a tree) as the real incident. Reality and this same published image I’ve seen so many times over the years seem too blurred together to distinguish or I could say that a part inside me has tried to stop myself from remembering such…

    However, here’s some comments (on the nearby incident) I’ve posted just a few days ago and thanks so much for this project.

    Chatnakorn Khemasari shared บีบีซีไทย – BBC Thai’s video.
    November 8 at 10:20pm ·
    ก่อนจากโลกนี้ไป ขอบันทึกเรื่องนี้ไว้
    (รายละเอียดอื่นดูได้จากคลิป อจ.ธงชัย)
    ฉันไม่ได้เรียนธรรมศาสตร์ แต่เพื่อนสนิทสมัยมัธยมเรียน ฉันเลยไปที่นั่นบ่อยกว่าแหล่งเรียนของตัวเอง
    #ตุลาคม2519
    ฉันเดินทางเข้าไปถึงพื้นที่หน้าแผงหนังสือสนามหลวง ท่ามกลางบรรยากาศสับสนและอลหม่าน
    ฉันเห็นร่าง 4 ร่างของหนุ่มสาว ที่สวมเสื้อผ้าเหมือนนักศึกษา ร่างของพวกเขาถูกลากมากองรวมกัน ที่แถวๆ หน้าแผงหนังสือ (น่าจะแผงเบอร์ 5) เนื้อตัวของพวกเขายังอ่อนๆ ฉันไม่แน่ใจ ว่าพวกเขาตาย หรือแค่สลบ เสียงคนรอบข้างพูดจากันจ้อกแจ้กจอแจ แต่เหมือนมันกลับดังเพียงเบาๆ ..เหมือนฉันหูอื้อไปชั่วขณะ
    – “นี่มันพวกญวน ปลอมมาเป็นนักศึกษา” ฯลฯ
    – “อย่าเข้าไปในธรรมศาสตร์นะ มันยิงสู้ตำรวจใหญ่แล้ว”
    – “ใต้โดมมีอุโมงค์ เป็นคลังแสง”
    มีคนเอายางรถยนต์มาโยนทับร่างพวกเขา ดูเหมือนมีการราดน้ำมันด้วย แล้วมีคนจุดไฟ
    ฉันยืนอยู่ตรงนั้น… อึ้ง, บื้อ, ช็อค..ไม่รู้ควรทำอย่างไรกับตัวเองต่อไป อยากทำอะไรบางอย่างกับภาพที่เห็นตรงหน้า อยากร้องห้าม อยากเข้าไปดึงร่างนักศึกษาหญิงที่กองตัวอ่อนอยู่บนแผ่นอิฐนั้นออกมา แต่ฉันไม่กล้า..
    ฉันไปคนเดียว เหมือนยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว แต่แน่นอน ว่าความจริงมีนักเรียนอาชีวะจำนวนนับไม่ถ้วนคลาคล่ำอยู่รอบตัว
    เรื่องหนึ่งที่ไม่เคยบอกใครก็คือ ฉันขอติดรถพวกเขาเข้าไปด้วยซ้ำ แต่ไปจากตรงไหน ฉันก็จำไม่ได้แล้ว หลายครั้งในชีวิตของอีกหลายสิบปีต่อมา ที่ฉันรู้สึกเหมือนจำอะไรไม่ได้ หรือความจริงอาจจะ “ไม่อยากจำ”
    แต่ภาพที่ตัวเองยืนเด่นไปบนรถที่วิ่งเรียงเป็นขบวนต่อเนื่อง มีนักเรียนชายวัยเดียวกับฉัน โบกธงชาติไปมาอย่างกระเหี้ยนกระหือรืออยู่บนรถทุกคันนั้น เป็นภาพหนึ่งที่เวลาปรากฎขึ้นในความทรงจำครั้งใด ก็ให้ต้องถามตัวเองครั้งนั้น.. “ทำไมถึงกล้า!”
    แน่นอนว่าฉันไม่ใช่นักเรียนอาชีวะ แต่พวกเขาก็ดีกับฉัน กุลีกุจอให้ขึ้นรถ พูดคุยกับฉันอย่างดี
    ฉันว่า.. หลายๆ คนก็ไม่รู้เหมือนกันนั่นแหละ ว่าเหตุผลที่แท้จริงของการถูกบอกให้เฮกันขึ้นรถมา
    สนามหลวงในวันนั้น มันเพื่ออะไร?
    เหมือนกับที่ฉันยังไม่รู้ ว่าเรา.. สังคมไทย.. ได้หรือไม่ได้อะไร จากเหตุการณ์ในวันนั้น
    ที่รู้แน่ๆ คือกลิ่นเนื้อมนุษย์ถูกย่างสด ยังติดจมูกฉันมาอีกนานหลายทศวรรษ
    ฉันรู้สึกผิด.. ที่ไม่ได้พยายามช่วย 4 คนนั่น
    ทำไมฉันได้แต่ยืนนิ่งตะลึงดูพวกเขาถูกกระทำอย่างนั้น?
    เหมือนกับที่ฉันรู้สึกผิด ที่ไม่เคยบอกใคร ว่าพี่ช่างภาพที่หนังสือพิมพ์ “ดาวสยาม” บอกฉัน อย่างชัดถ้อยชัดคำ (ในอีกหลายปีถัดมา) ว่าผมนี่แหละ เป็นคนแต่งฟิล์มภาพนั้น (ภาพที่ น.ศ. ธรรมศาสตร์เล่นละคร แล้วกลายเป็นว่า คนถูกแขวนคอ ไปหน้าเหมือนพระบรมฯ และภาพการแขวนคอนั้นขึ้นหน้าหนึ่ง ดาวสยาม ในวันรุ่งขึ้น) ฉันไม่แน่ใจนัก ว่าเขาเพียงต้องการโม้ให้ฉันฟัง หรือว่าพูดเรื่องจริง
    หลายเรื่องหลายราวในช่วงทศวรรษเหล่านั้น มันทำให้ มึนๆ.. งงๆ.. อึดอัด.. และที่สุดก็ถูกกระแสแห่งการต้องทำมาหากินโถมท่วมทับ
    ฉันถามตัวเองว่า แล้ววันนี้เราได้อะไร จากบทเรียนครั้งนั้น?
    เราเคยถามตัวเองหรือยัง.. ว่าควรใช้บทเรียนประชาชาติครั้งนั้น ให้เป็นประโยชน์ที่สุด รังสรรค์ที่สุด ให้กลายเป็นอิฐก้อนใหญ่ อันจะปูลงเป็นพื้นฐานให้คนรุ่นหน้า ได้เดินไปบนถนนสายที่ “สงบอย่างมีเสรี” นี้อย่างมั่นคง.. ได้ด้วยวิธีใด?

ขอเชิญแสดงความคิดเห็นได้ตามต้องการ อย่างไรก็ตาม ผู้ดูแลเว็บไซต์จะไม่แสดงความเห็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อหรือความเห็นที่อาจนำไปสู่ความขุ่นเคืองใดๆ

© 2013 Chapter Two - All rights reserved | Designed by Oitentaecinco, powered by WordPress
Facebook
Follow by Email
Google+
http://6oct-photo.com/2016/09/29/comments/
Twitter
RSS